แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรรักษาโรคทางเดินอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรรักษาโรคทางเดินอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

18 กรกฎาคม 2553

สมุนไพรแก้อาการท้องอืด (Dyspepsia) ตะไคร้ (Lemon grass) โหระพา (Sweet Basil)

อาการท้องอืด (Dyspepsia) มีสาเหตุมาจากกระบวนการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ อาจเกิดจากอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นเป็นอาหารที่ย่อยยาก ไขมันสูง เป็นอาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆ และอาจเกิดจากการเร่งรีบรับประทานอาหารเร็วเกินไปทำให้เคี้ยวไม่ละเอียด นอกจากนี้อาการท้องอืดยังอาจเกิดจากความเครียด ความกังวลจากเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวันก็มีส่วนทำให้กระบวนการย่อยอาหารเป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์แต่อาการเหล่านี้สามารถรักษาและบรรเทาได้ด้วยการใช้พืชสมุนไพรเช่น ตะไคร้ (Lemon Grass) โหระพา (Sweet Basil)

ก่อนการใช้ยาหรือพืชสมุนไพรในการรักษาบรรเทาอาการท้องอืดนั้น ควรดูแลตนเองและระมัดระวังในเรื่องการกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ตามหลักโภชนาการและอย่ารีบร้อนในการกินอาหารต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีก๊าซเช่น ถั่ว มะม่วง น้ำอัดลมเป็นต้น

สมุนไพรที่ใช้แก้อาการท้องอืดได้แก่ ตะไคร้ (Lemon Grass) ส่วนที่นำมาใช้แก้อาการท้องอืดได้คือ เหง้าและลำต้นแก่ ตะไคร้จะมีสรรพคุณดังนี้คือ กลิ่นหอม ช่วยบำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ ช่วยเจริญอาหาร แก้โรคทางเดินปัสสาวะและยังสามารถใช้ตะไคร้ในการดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และกลิ่นคาวจากปลาได้อีกด้วย

วิธีใช้สมุนไพรตะไคร้แก้อาการท้องอืดคือ ใช้ลำต้นตะไคร้สดและโคนใบตะไคร้แก่(สด)ประมาณ 1 กำมือ ทุบพอแหลก นำมาต้มแล้วดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารหรือใช้เหง้าตะไคร้แก่มาหั่นเป็นแว่นบางๆแล้วนำไปคั่วไฟอ่อนๆพอเป็นสีเหลือง นำไปชงเป็นยาดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 ครั้ง สำหรับคนที่ปัสสาวะไม่คล่อง(ขัดเบาแต่ต้องไม่มีอาการบวม)ให้ใช้ตะไคร้แก่สดมาต้มน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา ก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง

สมุนไพรแก้อาการท้องอืดอีกชนิดหนึ่งคือ โหระพา (Sweet Basil) ส่วนที่นำมาใช้นิยมใช้ใบมากกว่า (ที่จริงแล้วใช้ได้ทั้งต้น) สรรพคุณของสมุนไพรโหระพาคือ มีรสและกลิ่นฉุน ช่วยขับลมในท้อง แก้ท้องอืด จุกเสียดแน่นและช่วยเจริญอาหาร วิธีใช้ให้เอาใบโหระพาสดประมาณ 10-15 ใบมาคั้นเอาแต่น้ำมาผสมกับน้ำผึ้งใช้จิบทีละน้อยบ่อยๆ จะช่วยแก้อาการท้องอืด (Dyspepsia) ได้เช่นกัน

28 กุมภาพันธ์ 2553

สมุนไพร (Herbs) แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ (Dyspepsia) ขิง ขมิ้นชัน ใบแมงลัก

เมื่อเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้องจะทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว สาเหตุเกิดจากกระบวนการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์หรืออาหารไม่ย่อย อาจเกิดจากการเร่งรีบกินอาหารเร็วเกินไปทำให้เคี้ยวไม่ละเอียด กินอาหารที่ย่อยยาก อาหารรสจัด อาหารสุกๆดิบๆ ทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารจนดันขึ้นมาแน่นที่ยอดอกเป็นผลทำให้อึดอัดในท้อง จุกเสียด-แน่นท้อง อาการเหล่านี้สามารถรักษาและบรรเทาได้ด้วยสมุนไพรหลายชนิดเช่น ขิง (Ginger) ขมิ้นชัน (Turmeric) ใบแมงลัก (Hairy Basil) เป็นต้น

การใช้สมุนไพรขิง (Ginger) แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่น ส่วนที่นำมาใช้คือเหง้าแก่สด ซึ่งมีรสเผ็ดร้อนช่วยในการแก้จุกเสียด ขับลม แก้คลื่นไส้อาเจียน ช่วยบำรุงธาตุ ให้นำสมุนไพรขิงส่วนที่เป็นเหง้าขิงสด(แก่) ขนาดประมาณหัวแม่มือมาทุบให้พอแตก นำไปต้มในน้ำเดือดแล้วเอาแต่น้ำมาดื่มหรือจะทำเป็นขิงผงเก็บไว้ชงกับน้ำร้อนก็ได้โดยหั่นเหง้าขิงสดเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้เป็นผงละเอียด เวลาจะใช้ชงดื่มกับน้ำร้อนให้ใช้อัตราส่วนขิงผง 1 ช้อนชาต่อน้ำร้อน 1 แก้ว

สมุนไพรขมิ้นชัน (Turmeric) แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่น ใช้ส่วนที่เป็นเหง้าซึ่งมีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร วิธีทำให้ล้างเหง้าขมิ้นชันให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียดโดยผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วปั้นเป็นเม็ดเล็กๆประมาณปลายนิ้วก้อยเก็บไว้กินครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน ข้อควรระวังคือ บางคนที่มีอาการท้องเสียหลังจากกินขมิ้นชันเข้าไปให้หยุดยาทันที

สมุนไพรใบแมงลัก (Hairy Basil) แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คุณสมบัติของใบแมงลักจะมีรสเผ็ดร้อน วิธีทำให้ใช้ใบสดหรือใบแห้งก็ได้จำนวน 10 ใบมาล้างให้สะอาด บดให้พอแหลกใส่น้ำต้มสุกนิดหน่อยแล้วคั้นเอาเฉพาะน้ำมาผสมน้ำผึ้งนิดหน่อยใช้จิบเรื่อยๆ ช่วยขับลมในท้องได้ดี

การใช้สมุนไพรแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ควรทำไปพร้อมๆกับการใช้สมุนไพรคือการป้องกันที่สาเหตุของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อโดยการกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ อย่ารีบกินอาหาร เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ย่อยยาก รสจัด สุกๆดิบๆ ฯลฯ ซึ่งที่กล่าวมานั้นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อที่หากหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สมุนไพรรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ.

21 กุมภาพันธ์ 2553

สมุนไพร (Herbs) แก้อาการเบื่ออาหาร (Anorexia Nerversa)

อาการเบื่ออาหาร (Anorexia Nerversa) อาจมีสาเหตุเริ่มต้นจากความเครียด อาการป่วยเรื้อรัง การพักผ่อนไม่เพียงพอหรือการอดอาหารเพื่อรูปร่างที่สวยงามหากทำต่อเนื่องก็อาจทำให้กลายเป็นโรคเบื่ออาหารได้ นอกจากนี้พฤติกรรมการกินอาหารซ้ำๆกันทุกวันก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเบื่ออาหารได้เช่นกัน

สมุนไพรที่รักษาอาการเบื่ออาหารคือ บอระเพ็ด (Heart-Leaved Moonseed) ส่วนที่นำมาใช้คือเถาหรือลำต้นสด บอระเพ็ดเป็นสมุนไพรที่มีรสขมจัด สรรพคุณที่เด่นของบอระเพ็ดคือแก้ไข้ทุกชนิด ช่วยระงับความร้อนและที่จะกล่าวถึงในที่นี้คือช่วยเจริญอาหารแก้อาการเบื่ออาหาร วิธีทำให้นำเถาหรือต้นบอระเพ็ดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้งแล้วบดให้เป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอนใช้กินก่อนอาหารครั้งละ 3-4 เม็ด

ถ้าชอบแบบลูกทุ่งหน่อยก็เอาเถาหรือต้นบอระเพ็ดยาวประมาณ 2-3 คืบมาโขลกจนแตกแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มหรือจะเอาไปต้มกับน้ำสะอาด ต้มจนเหลือน้ำ 1 ใน 3 เติมน้ำผึ้งเล็กน้อยใช้ดื่มก่อนอาหาร เช้า-เย็น หรือเวลาที่มีอาการเบื่ออาหาร ข้อควรระวังคือไม่ควรใช้สมุนไพรบอระเพ็ดติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของตับและไตได้

สะเดาบ้าน (Neem Tree) เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่รักษาอาการเบื่ออาหารได้ ส่วนที่นำมาใช้คือ ดอกและยอดอ่อน สรรพคุณของสะเดาบ้านคือช่วยเจริญอาหารได้ดีเนื่องจากมีสาร Nimbin ที่มีรสขมช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยออกมามากขึ้นทำให้กินอาหารได้มากขึ้น วิธีใช้ให้นำยอดสะเดาและดอกสะเดามากินสดๆกับน้ำพริกหรือจะลวกก่อนแล้วกินกับน้ำปลาหวานคู่กับปลาย่างก็ได้

อาการเบื่ออาหารอาจแก้ไขได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร การนอนและการทำงาน อย่าให้ชีวิตพบกับความจำเจและความเครียด อาจลองปรุงแต่งรสชาติอาหารให้แตกต่างจากที่เคยกินบ้างหรือเติมรสเปรี้ยวหวานจากธรรมชาติให้กับลิ้นโดยการกินผลไม้บ้าง บางทีการลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่กล่าวมาแล้วจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเบื่ออาหารได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสมุนไพรเลยก็ได้.

08 กุมภาพันธ์ 2553

สมุนไพร(Herbs) แก้อาการท้องผูก ขี้เหล็ก คูนและชุมเห็ดเทศ

อาการท้องผูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนมากแล้วมักเกิดจากการกินอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป ดื่มน้ำน้อย ไม่ชอบกินผักผลไม้ มีความเครียดจากการทำงานและขาดการออกกำลังกาย การรักษาอาการท้องผูกทำได้โดยการกินอาหารจำพวกที่มีเส้นใย (Fiber) ให้มากพอ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้วเป็นอย่างน้อย ออกกำลังกายบ้างแม้จะไม่มากแต่ขอให้ทำแบบสม่ำเสมอ สุดท้ายคือพยายามขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน หากจำเป็นต้องใช้สมุนไพรเพื่อช่วยในการขับถ่าย(เป็นยาระบาย)ก็ให้ทำความเข้าใจวิธีการใช้ให้ดีเสียก่อน

ขี้เหล็ก (Thai Copper Pod) สมุนไพรที่ใช้เป็นยาระบายรักษาอาการนอนไม่หลับใช้แก้อาการท้องผูก ส่วนที่นำมาใช้คือ ใบอ่อน ยอดอ่อน ดอกและแก่น การใช้สมุนไพรขี้เหล็กรักษาอาการท้องผูกให้ใช้ใบขี้เหล็กทั้งใบอ่อนและใบแก่ประมาณ 4-5 กำมือ ใส่น้ำพอท่วมใบขี้เหล็กต้มให้เดือดนาน 30 นาทีแล้วแยกเอากากออกไปเอาเฉพาะน้ำมาดื่มก่อนอาหาร ก่อนนอนหรือเวลาที่มีอาการท้องผูก

คูน (Golden Shower) สมุนไพรแก้อาการท้องผูกอีกชนิดหนึ่ง ส่วนที่นำมาใช้คือ เนื้อที่อยู่ข้างในฝักแก่ จะมีรสหวานเอียนเล็กน้อย ช่วยเป็นยาระบายและแก้ปวดมวนในช่องท้อง วิธีใช้ให้เอาเนื้อในฝักแก่ก้อนประมาณหัวแม่มือมาต้มกับน้ำ 1 แก้วเติมเกลือนิดหน่อยดื่มวันละครั้ง ก่อนนอนหรือดื่มก่อนอาหารเช้า

ชุมเห็ดเทศ (Candle Bush) เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่แก้อาการท้องผูกได้ดี ส่วนที่นำมาใช้คือ ดอกสด ใบสดหรือใบแห้ง ชุมเห็ดเทศจะมีรสเบื่อเอียน การใช้แก้อาการท้องผูกให้นำดอกชุมเห็ดเทศสด 2-3 ช่อ มาต้มกินกับน้ำพริกหรือกินดอกสดๆ 1 ช่อเป็นยาระบาย หากใช้ส่วนที่เป็นใบมีวิธีทำคือเอาใบชุดเห็ดเทศสดมาล้างให้สะอาดหั่นให้เป็นฝอยแล้วตากแดดให้แห้ง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มก่อนนอนหรือจะทำเป็นยาลูกกลอนก็ให้บดใบชุมเห็ดเทศที่ตากแห้งแล้วให้ละเอียดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอนขนาด 1 ซ.ม. ใช้กินก่อนนอนครั้งละ 3 เม็ด

สมุนไพรแก้อาการท้องผูกไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานโดยเฉพาะชุดเห็ดเทศเพราะลำไส้จะเกิดความเคยชินกับการใช้ยาสมุนไพรช่วยระบายและกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว หากใช้ไปต่อเนื่องเป็นเวลานานๆเมื่อหยุดยาสมุนไพรลำไส้จะไม่บีบตัวทำให้ไม่ถ่ายจึงต้องใช้ยาสมุนไพรเป็นประจำจนเกิดอาการติดยาสมุนไพร

01 กุมภาพันธ์ 2553

สมุนไพร(Herbs) แก้อาการท้องเสีย กล้วยน้ำว้า (ดิบ) ทับทิมและฝรั่ง

สมุนไพรที่ใช้แก้อาการท้องเสียจะมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ สารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียเช่น Escherichia Coli. สมุนไพรที่มีคุณสมบัติดังกล่าวที่จะพูดถึงในที่นี้คือ กล้วยน้ำว้า(ดิบ) ทับทิมและฝรั่ง

กล้วยน้ำว้า สมุนไพรที่รักษาอาการท้องเสีย ส่วนที่ใช้คือผลดิบ ผลกล้วยน้ำว้าดิบจะมีรสฝาด วิธีการเตรียมกล้วยน้ำว้าเพื่อใช้แก้อาการท้องเสียให้เอากล้วยน้ำว้าที่เป็นผลดิบมาหั่นเป็นชิ้นบางๆแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นบดให้เป็นผงแป้งเก็บไว้ใช้ชงดื่มแก้อาการท้องเสียโดยใช้ผงกล้วยน้ำว้า 1-2 ช้อนโต๊ะชงกับน้ำร้อนในอัตราส่วนที่เท่ากันคือ 1:1 แล้วดื่มแก้อาการท้องเสีย บางคนอาจเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อช่วยให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น

ทับทิม (Pomegranate) เป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการท้องเสียอีกชนิดหนึ่ง ส่วนของทับทิมที่นำมาใช้คือ เปลือกของผลแห้ง (ผลที่แก่จนแห้ง) จะมีรสชาติฝาดเฝื่อน วิธีการเตรียมให้ใช้เปลือกของผลทับทิมแห้งประมาณหนึ่งในสี่ผลแล้วนำมาฝนกับน้ำปูนใสหรือน้ำฝน กินแก้อาการท้องเสียครั้งละ 1-2 ช้อนแกง นอกจากนี้ทับทิมยังเป็นผลไม้ที่กินสดๆได้จะมีรสเปรี้ยวอมหวาน มีวิตามินซี เกลือแร่ต่างๆ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้

ฝรั่ง (Guava) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่รักษาอาการท้องเสียได้ดี ส่วนที่นำมาใช้คือ ใบและผลดิบ โดยเฉพาะในผลดิบจะมีสารแทนนิน (Tannin) วิตามินซี แคลเซียม ฯลฯ วิธีการเตรียมให้ใช้ใบฝรั่งแก่ 10-15 ใบ นำไปปิ้งไฟแล้วชงกับน้ำร้อนดื่มแก้อาการท้องเสียหรืออีกวิธีหนึ่งคือใช้ผลฝรั่งอ่อน 1 ผล ฝนกับน้ำปูนใสใช้ดื่มแก้อาการท้องเสียได้ดีเช่นกัน

หากผู้ป่วยสูญเสียน้ำออกจากร่างกายทางอุจจาระมาก ควรให้ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป การเตรียมน้ำเกลือแร่เองทำได้โดย ต้มน้ำสะอาด 1 ลิตรให้เดือดแล้วใส่น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นครึ่งช้อนชาแล้วต้มให้เดือดสักครู่ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วให้ผู้ป่วยใช้ดื่มแทนน้ำจะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำที่ถูกขับออกไปจากร่างกายได้.

31 มกราคม 2553

อาการท้องเสียและสารแทนนิน(Tannin)ในสมุนไพรรักษาอาการท้องเสีย

สาเหตุของอาการท้องเสียมีหลายสาเหตุ โดยมากอาการท้องเสียมักเกิดจากการกินอาหารรสจัดเช่น เปรี้ยวจัดหรือเผ็ดจัด ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารและผนังลำไส้จนบีบตัวมากผิดปกติ หลังจากกินอาหารรสจัดเข้าไปแล้วสัก 1-2 ชั่วโมงจึงจะเกิดอาการท้องเสียแต่สามารถรักษาได้ด้วยสมุนไพร

การถ่ายอุจจาระที่เกิดจากท้องเสียจะถ่ายบ่อยและต่อเนื่องมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ อุจจาระที่ออกมาจะมีลักษณะหยาบและเป็นน้ำ จะรู้สึกรำคาญจากอาการมวนท้องแต่ไม่มีอันตรายร้ายแรง อาการท้องเสียอาจเกิดจากการกินอาหารที่ไม่สะอาดมีการปนเปื้อนเชื้อโรคในอาหาร ระดับความรุนแรงของท้องเสียที่เกิดจากเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ไม่สะอาดจะมีหลายระดับตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงมาก(อาหารเป็นพิษ) จนถ่ายอุจจาระเป็นน้ำเหลวสีเหลืองหรือขาวขุ่นเป็นฟองและมีกลิ่นเหมือนกุ้งเน่า

การรักษาอาการท้องเสียสามารถใช้สมุนไพรรักษาได้ ระหว่างการรักษาอาการท้องเสียด้วยสมุนไพรควรงดอาหารรสจัดและกินแต่อาหารอ่อนและปรุงสุกใหม่ๆเช่น โจ๊กหรือข้าวต้ม เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำที่ถูกขับออกจากร่างกายไปพร้อมกับอุจจาระและเพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำของร่างกายผู้ป่วยควรดื่มน้ำเกลือแร่ที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปควบคู่ไปกับการรักษาอาการท้องเสียด้วยสมุนไพร

สารสำคัญที่ออกฤทธิ์รักษาอาการท้องเสียที่อยู่ในสมุนไพรคือสารในกลุ่ม “แทนนิน” (Tannin) มีฤทธิ์ฝาดสมาน เมื่อสารแทนนินสัมผัสกับผนังลำไส้จะรวมตัวกับโปรตีนที่เยื่อบุผนังแล้วกลายเป็นสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรที่มีสารแทนนินคือ ผู้ป่วยที่มีแผลในระบบทางเดินอาหาร(ลำไส้และกระเพาะอาหาร) จะดูดซึมสารแทนนินเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมากจนอาจมีผลเสียกับการทำงานของตับได้

สมุนไพรที่แก้อาการท้องเสียที่นิยมใช้กันมากและหาได้ไม่ยากคือ กล้วยน้ำว้าดิบ ทับทิม ฝรั่ง สีเสียดเหนือ ใบชาชงแก่ ฟ้าทะลายโจรและมังคุด แต่หากใช้สมุนไพรรักษาอาการท้องเสียแล้วอาการไม่ดีขึ้น(อาจเป็นโรคอื่นที่มีอาการท้องร่วง) ควรรีบไปพบแพทย์เพราะผู้ป่วยอาจสูญเสียน้ำในร่างกายจนช็อคและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้.

25 มกราคม 2553

วิธีใช้สมุนไพรบรรเทาอาการท้องผูก (Constipation)

ท้องผูก (Constipation) เกิดจากอุจจาระแข็งทำให้ต้องนั่งส้วมนานเพราะกว่าจะถ่ายออกมาได้ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ อาการท้องผูกมักเกิดกับคนที่กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์และแป้งเป็นประจำไม่ยอมกินผักและผลไม้ทำให้อาหารที่กินนั้นย่อยยาก นอกจากนี้ปัจจัยที่เกี่ยวกับเวลาที่เร่งรีบในชีวิตประจำวันทำให้ต้องขับถ่ายอุจจาระไม่เป็นเวลาและความเครียดจากการทำงานก็ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้เช่นกัน

อาการท้องผูกจะลดลงได้หากดื่มน้ำสะอาดให้ได้ประมาณวันละ 2 ลิตรและกินผักผลไม้ให้ได้สัดส่วนที่มากกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์และแป้งเพราะผักผลไม้จะมีกากใย (Fiber) ที่ช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปโดยปกติ การวางแผนการทำงานว่างานไหนควรจะทำก่อนทำหลังแล้วทำไปตามแผนที่วางไว้ก็จะช่วยลดความเครียดในการทำงานได้ นอกจากนี้การป้องกันอาการท้องผูกจำเป็นต้องแบ่งเวลาเพื่อการออกกำลังกายบ้างวันละครึ่งชั่วโมงก็ยังดีแต่ต้องทำเป็นประจำ การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้และระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ยาระบายควรเลือกยาสมุนไพรเพราะนอกจากจะมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการท้องผูกแล้วยาสมุนไพรจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ

วิธีเลือกใช้สมุนไพรบรรเทาอาการท้องผูก (Herb for Constipation) ต้องดูที่สาเหตุหากผู้ป่วยเกิดท้องผูกเพราะกินอาหารที่มีกากใยน้อยคือกินแต่เนื้อสัตว์ควรเลือกใช้สมุนไพรที่นอกจากจะช่วยระบายท้องแล้วยังต้องช่วยเพิ่มกากใยอาหารให้แก่ร่างกายเช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก แมงลัก ฯลฯ แต่หากอาการท้องผูกเกิดจากพฤติกรรมในการกลั้นอุจจาระเป็นประจำลำไส้ใหญ่ไม่ค่อยบีบตัวที่อาจมีสาเหตุจากความเครียดของผู้ป่วยควรเลือกใช้ยาสมุนไพรที่เป็นยาระบายและช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่เช่น ชุมเห็ดเทศ มะขามแขก เป็นต้น

สมุนไพรอีกกลุ่มหนึ่งจะมีคุณสมบัติในการทำให้ร่างกายต้องขับเอาน้ำเข้ามาสู่ระบบทางเดินอาหารมากขึ้นทำให้เกิดการระบายท้องได้ ด้วยคุณสมบัติของสมุนไพรที่มีความเป็นกรดหรือเกลือจะทำให้ระบบทางเดินอาหารมีความเปลี่ยนแปลงในค่าความเป็นกรด-ด่าง ร่างกายจึงต้องขับน้ำเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารมากขึ้น สมุนไพรประเภทนี้ได้แก่ มะขามเปียก

การใช้สมุนไพรบรรเทาอาการท้องผูกก็มีข้อควรระวังเช่นกัน แม้สมุนไพรจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงแต่ก็ไม่ควรใช้สมุนไพรบรรเทาอาการท้องผูกต่อเนื่องกันเกิน 1 สัปดาห์ เพราะสรรพคุณของสมุนไพรจะช่วยให้ระบายท้องได้ง่ายทำให้ระบบขับถ่ายเคยชินกับการใช้สมุนไพรเมื่อหยุดใช้ยาสมุนไพรแล้วระบบขับถ่ายจะไม่ยอมทำงานตามปกติเนื่องจากเคยชินกับการใช้ยาระบายเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานๆ ผลก็คือทำให้ต้องกลับไปใช้ยาสมุนไพรอีกแต่ต้องเพิ่มขนาดของยาให้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อเกิดอาการท้องผูกและจำเป็นต้องใช้ยาระบายจึงควรใช้แต่พอดี หากอาการท้องผูกดีขึ้นแล้วก็ให้หยุดใช้ยาระบายให้หันมาใช้วิธีธรรมชาติคือกินผักผลไม้ ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่เครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องพบกับอาการท้องผูก (Constipation) อีกต่อไป

19 ธันวาคม 2552

สมุนไพรบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน (Vomiting)

อาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารของร่างกาย ระบบกลไกของร่างกายที่ผิดปกติต้องการขับเศษอาหารหรือสารที่เป็นพิษที่ปะปนอยู่ในอาหารออกจากร่างกายโดยขับย้อนออกมาทางปาก สาเหตุของการคลื่นไส้อาเจียนเป็นไปได้หลายสาเหตุเช่น การกินอาหารจนเกินความสามารถที่กระเพาะอาหารจะรับได้ กระเพาะอาหารไม่สามารถย่อยอาหารนั้นได้หรือสาเหตุที่เกิดจากการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ไส้ติ่งอักเสบ โรคตับอักเสบ ฯลฯ

การใช้สมุนไพรเพื่อบรรเทารักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนจะใช้กับอาการที่เกิดจากการเมารถ เมาเรือและอาหารไม่ย่อยเท่านั้น อาจเลือกใช้สมุนไพรชนิดใดชนิดหนึ่งในสามอย่างต่อไปนี้คือ กระเพรา ขิงหรือลูกยอ แล้วแต่ความสะดวกที่จะหยิบจับอะไรได้ในขณะนั้น

การใช้สมุนไพร “กระเพรา” รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน สามารถใช้ได้ทั้งใบกระเพราแห้งหรือใบกระเพราสด ในใบกระเพรามีสารที่เรียกว่า น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) และสารอื่นอีกหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและยังช่วยขับลมในท้องได้เป็นอย่างดี วิธีทำคือให้ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ใบกระเพราสดประมาณ 1 กำมือหรือถ้าจะใช้ใบกระเพราแห้งให้ชั่งน้ำหนักให้ได้ประมาณ 4 กรัม แล้วแยกเอาแต่น้ำมาดื่มแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน

การใช้สมุนไพร“ขิง”รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน ส่วนที่นำใช้คือเหง้าขิงสดที่แก่หน่อย ขิงเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนเพราะมีสาระสำคัญคือน้ำมันชัน (Oleoresin) ช่วยแก้จุกเสียด บำรุงธาตุและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้โดยเลือกเหง้าขิงสดขนาดสักเท่าหัวแม่มือแล้วบุบพอแตก เอาไปต้มในน้ำเดือดพอท่วมขิงแล้วเติมน้ำตาลสักนิดหน่อย ค่อยๆจิบแก้อาการคลื่นไส้ได้

การใช้สมุนไพร “ลูกยอ” รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน ต้องใช้ผลลูกยอสดที่เป็นผลดิบหรือผลห่ามก็ได้ รสชาดของผลยอจะออกไปทางขมฝาดเล็กน้อยแต่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ดี ให้เอาผลยอดิบมาฝานเป็นชิ้นบางๆ ตากแดดให้แห้งแล้วนำมาคั่วในกระทะโดยใช้ไฟอ่อน คั่วจนลูกยอเป็นสีเหลืองเกรียม นำมาบดให้เป็นผงแล้วเอาไปใช้ชงดื่มโดยใช้ผงลูกยอ 1 ช้อนชาต่อน้ำเดือด 1 ลิตรก็สามารถบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ดี.

14 ธันวาคม 2552

กระวานไทย กานพลู ข่า สมุนไพรแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ (Dyspepsia)

สมุนไพรที่สามารถแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน กระวานไทย กานพลูและข่า ก็เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้เช่นกัน เมื่อเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อให้พยายามแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยการระวังในการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน กินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการและหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีก๊าซเช่น น้ำอัดลม มะม่วง ถั่วต่างๆ และใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยขับลมในท้องจะทำให้อาการท้องอืดท้องเฟ้อดีขึ้นได้

กระวานไทย (Siam Cardamom) เป็นสมุนไพรที่แก้อาการท้องอืดได้ กระวานไทยมีฤทธิ์ในการช่วยขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อในท้อง ให้เอาผลกระวานที่แก่จัด 5-10 ผลนำไปตากแดดให้แห้งแล้วบดให้เป็นผง วิธีใช้บรรเทาอาการท้องอืดให้ตักผงกระวาน 1-3 ช้อนชาไปต้มกับน้ำหนึ่งถ้วยจนเหลือน้ำครึ่งหนึ่งแล้วดื่มให้หมด รสชาดจะเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม

สมุนไพรอีกชนิดที่รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้คือ กานพลู (Clove Tree) โดยใช้ดอกกานพลูสดหรือแห้งก็ได้ ให้เลือกดอกกานพลูที่เป็นดอกตูม ใช้ดอกตูม 4-6 ดอก บุบให้ช้ำแล้วชงด้วยน้ำร้อนประมาณครึ่งถ้วย น้ำที่ชงได้จะมีรสเผ็ดช่วยขับลมในท้องแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้องได้

ข่า (Galanga) เป็นพืชสมุนไพรที่แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นได้เช่นกัน ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์คือ เหง้าแก่ที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน ให้ใช้เหง้าข่าสดหรือแห้งก็ได้ขนาดสักเท่าหัวแม่มือมาต้มกับน้ำร้อนแล้วดื่มหรือจะทำเป็นข่าแห้งที่นำมาชงดื่มได้โดยฝานข่าเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ ตากแดดให้แห้ง เมื่อจะใช้ให้นำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม เหง้าข่าเป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) มีฤทธิ์ในการขับลมในท้อง ต้านเชื้อราและแบคทีเรียได้

จะเห็นได้ว่า สมุนไพรที่ใช้แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นนั้นมีหลายชนิดด้วยกัน สมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการขับลมในท้องส่วนมากจะมีรสเผ็ดร้อน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของสมุนไพรที่ใช้ในการขับลมในท้อง ไม่มีข้อจำกัดหรือผลข้างเคียงในการใช้สมุนไพรเหล่านี้ สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก.

13 ธันวาคม 2552

กระชาย กระเทียม กระเพรา สมุนไพรบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ (Dyspepsia)

สมุนไพรที่ช่วยบรรเทารักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ไม่เพียงแต่ กระชาย กระเทียมและกระเพราเท่านั้นแต่ในที่นี้จะขอพูดถึงการใช้พืชสมุนไพรทั้งสามชนิดนี้ก่อนเพราะเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่พบเห็นและนำมาใช้ปรุงอาหารบ่อยๆ อีกทั้งเป็นพืชสวนครัวที่หาได้ง่ายอีกด้วย

สาเหตุของอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เกิดจากอาหารที่เรากินเข้าไปแล้วถูกย่อยได้น้อย ย่อยไม่สมบูรณ์หรือเป็นอาหารที่ย่อยยาก อีกทั้งอาจเกิดจากความเร่งรีบในการกินอาหารทำให้เคี้ยวไม่ละเอียดจนทำให้กระบวนการย่อยอาหารต้องทำงานหนักและทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์จึงเกิดเป็นลมในกระเพาะอาหารทำให้รู้สึกแน่นท้อง จุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อได้

การใช้สมุนไพรช่วยบรรเทารักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อโดยใช้สมุนไพรกระชายส่วนที่เป็นเหง้าใต้ดินนั้น สามารถใช้ได้ทั้งเหง้ากระชายสดและเหง้ากระชายแห้ง หากใช้เหง้ากระชายแห้งน้ำหนักประมาณ 3-5 ขีด แต่ถ้าใช้เหง้ากระชายสดก็ใช้เพิ่มมากขึ้นอีกหน่อยโดยใช้น้ำหนักประมาณ 5-10 ขีด อย่างใดอย่างหนึ่งมาต้มพอเดือดแล้วกรองเอาส่วนที่เป็นน้ำมาดื่ม รสชาดขมเล็กน้อย เผ็ดนิดหน่อย

หากใช้กระเทียมที่เป็นทั้งพืชสมุนไพรและพืชสวนครัวมาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ให้กินกระเทียมดิบๆครั้งละประมาณ 5-6 กลีบหลังอาหาร รสชาดจะเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุนสักหน่อยแต่จะช่วยขับลมในท้องได้ดี หากต้องการใช้ใบกระเพราช่วยในการขับลมในท้องให้ใช้ใบกระเพราและยอดกระเพราสดหรือแห้งก็ได้ประมาณ 1 กำมือมาต้มในน้ำเดือดแล้วเอาเฉพาะน้ำมาดื่มแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้

สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมาไม่ว่าจะเป็น กระชาย กระเทียมหรือกระเพรา เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายและยังเป็นพืชสวนครัวอีกด้วย โดยทั่วไปพืชสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดนี้จะถูกนำมาประกอบเป็นอาหารอยู่แล้วโดยเฉพาะอาหารไทย ดังนั้นการใช้ความรู้เรื่องคุณสมบัติและการใช้สมุนไพรมาช่วยในการเลือกกินอาหารทำให้ได้ประโยชน์สองอย่างคืออิ่มท้องด้วยและเป็นการดูแลรักษาสุขภาพไปด้วยพร้อมๆกัน อย่างนี้เขาเรียกว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”.

19 ตุลาคม 2552

ประโยชน์น้ำขิง (Ginger ale) และสรรพคุณน้ำขิง

น้ำขิง (Ginger ale) ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ สรรพคุณน้ำขิงที่รู้จักกันดีคือช่วยขับลมบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ คนส่วนมากมักทำน้ำขิงไว้ติดบ้านเพราะสรรพคุณน้ำขิงที่ช่วยขับลมในท้องช่วยให้เรอและสบายท้องนั่นเอง นอกจากนี้ประโยชน์ของน้ำขิงยังช่วยบรรเทาอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียนได้อีกด้วย

ขิง (Ginger) เป็นทั้งพืชสวนครัวสำหรับปรุงอาหารและเป็นทั้งพืชสมุนไพร ขิงเป็นพืชล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดินมีลักษณะเป็นแง่งเหมือนนิ้วมือคนแตกแขนงออกไป ขิงที่จะนำมาทำน้ำขิงให้มีคุณภาพต้องเป็นขิงแก่ที่เนื้อขิงมีสีเหลืองออกน้ำตาลซึ่งต่างจากขิงอ่อนที่เนื้อในของขิงจะเป็นสีเหลือง

สูตรน้ำขิงสำหรับเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ข้อดีของน้ำขิงคือกินง่ายกว่าการกินขิงในอาหารเนื่องจากขิงมีคุณสมบัติและรสชาติที่เผ็ดร้อนทำให้คนส่วนมากไม่ค่อยชอบกินขิงกันทั้งๆที่รู้ถึงประโยชน์ของขิงเป็นอย่างดี วิธีต้มน้ำขิงให้เลือกใช้เหง้าขิงแก่ (เนื้อขิงสีน้ำตาล) ยิ่งแก่ยิ่งดี การต้มเพื่อให้ความร้อนสกัดเอาสรรพคุณของขิงออกมา สูตรน้ำขิงสำหรับเก็บไว้ดื่มประมาณ 2 ลิตรให้ต้มน้ำประมาณ 2 ลิตรครึ่งจนเดือด ขณะที่รอน้ำเดือดก็เอาเหง้าขิงแก่ประมาณครึ่งกิโลมาล้างให้สะอาดแล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ พอน้ำเดือดก็ใส่ขิงที่ฝานแล้วลงไปต้มในน้ำเดือด รอให้น้ำเดือดอีกรอบแล้วหรี่ไฟอ่อนทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วปิดไฟ ยกลงมากรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำขิงมาเติมน้ำตาลทรายหวานมากน้อยตามชอบ (ประมาณ 8 ช้อนโต๊ะจะหวานอ่อนๆ) เมื่อทิ้งไว้จนเย็นแล้วให้กรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็นเก็บไว้กินได้ 2-3 วัน

น้ำขิง (Ginger ale) ที่ได้จากสูตรนี้ค่อนข้างมีความเข้มข้น (รสเผ็ด) เมื่อดื่มจะรู้สึกเผ็ดร้อนช่วยขับลมในท้องออกมาทำให้เรอออกมาทันที ความจริงแล้วน้ำขิงสามารถกินได้บ่อยและมากเท่าที่อยากจะกินแต่เนื่องจากรสชาติที่เผ็ดร้อนคนส่วนมากจึงไม่ค่อยชอบกินน้ำขิงกัน

24 เมษายน 2552

ประโยชน์ของสมุนไพรช่วยรักษากลิ่นปาก ฝรั่ง กานพลู

ประโยชน์ของสมุนไพรรักษากลิ่นปาก (Herb for Halitosis / Bad Breath) การมีกลิ่นปากมีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ ปัญหากลิ่นปากจะทำให้เป็นที่รังเกียจจากคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว ปัญหากลิ่นปากบางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่มองข้ามไปโดยไม่สนใจรักษากลิ่นปาก การแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากควรหาสาเหตุให้เจอ วิธีหนึ่งที่แก้ปัญหากลิ่นปากได้คือการใช้ประโยชน์ของสมุนไพรเพื่อรักษากลิ่นปาก สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการแก้ปัญหากลิ่นปากได้แก่ ฝรั่ง กานพลู เป็นต้น

สาเหตุของการมีกลิ่นปาก (Cause of Halitosis) ควรได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุจึงจะเป็นการแก้ปัญหากลิ่นปากอย่างถูกต้อง บางครั้งสาเหตุของปัญหากลิ่นปากอาจเกิดจากโรคในช่องปากเช่น ฟันผุ การอักเสบของเหงือก การติดเชื้อในช่องปาก หรืออาจเกิดจากการขาดการดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากคือหลังจากกินอาหารแล้วไม่ได้ทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากหรือแปรงฟันทำให้มีเศษอาหารติดอยู่ตามซอกฟัน การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง การดื่มกาแฟมากเกินไป การสูบบุหรี่ สิ่งที่กล่าวมานี้อาจเป็นสาเหตุของการมีกลิ่นปากเหม็น วิธีลดกลิ่นปากอาจทำได้หลายวิธีแต่วิธีหนึ่งที่นิยมกันคือการรักษากลิ่นปากโดยใช้ประโยชน์ของสมุนไพร

การใช้สมุนไพรระงับกลิ่นปากควรทำควบคู่ไปพร้อมกับการรักษาดูแลสุขอนามัยภายในช่องปากที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหากลิ่นปากทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น (Bad Breath) เช่น การรักษากลิ่นปากที่เกิดจากฟันผุโดยการปรึกษาทันตแพทย์ การหมั่นแปรงฟันทำความสะอาด ใช้น้ำยาบ้วนปากหรือไหมขัดฟันเพื่อแก้กลิ่นปากเหม็นที่เกิดจากมีเศษอาหารติดค้างอยู่ตามซอกฟันอันเป็นสาเหตุของกลิ่นปากเหม็น

การใช้สมุนไพรลดกลิ่นปากเป็นวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหากลิ่นปากเหม็น ฝรั่ง (Guava) เป็นสมุนไพรที่ใช้รักษากลิ่นปากได้ดี วิธีใช้ให้นำผลฝรั่งอ่อนหรือใบฝรั่งสดที่เป็นใบแก่หน่อยมาเคี้ยวแค่พอละเอียดหลังจากมื้ออาหารแล้วคายทิ้งหรืออาจจะกินผลฝรั่งอ่อนสดๆเป็นผลไม้หลังอาหารโดยไม่ต้องปอกเปลือกเป็นการล้างปากไปในตัวและยังช่วยแก้ปัญหากลิ่นปากได้อีกด้วย

สมุนไพรระงับกลิ่นปาก (Herb for Halitosis) ที่ได้ผลอีกชนิดคือกานพลู (Clove tree) โดยใช้ส่วนที่เป็นดอกกานพลูแห้งที่ยังไม่ได้สกัดน้ำมันออกประมาณ 2-3 ดอกอมไว้ในปากประมาณ 1-2 นาทีแล้วคายทิ้งหรือตำดอกกานพลูแห้งให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับยาสีฟันใช้แปรงฟันเป็นประจำจะช่วยแก้รักษากลิ่นปากได้ สรรพคุณของดอกกานพลูช่วยแก้ปวดฟัน ขับลมและระงับกลิ่นปาก อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากโดยการใช้สมุนไพรควรใช้ร่วมกับการรักษาสุขอนามัยภายในช่องปากจะให้ผลในการลดกลิ่นปากอย่างได้ผล

12 มีนาคม 2552

สมุนไพรรักษาโรคกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer)

โรคกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) เกิดจากหลายสาเหตุซึ่งมีปัจจัยต่างๆที่ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบจนกลายเป็นแผลในกระเพาะอาหาร สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารได้แก่ พฤติกรรมการกินอาหารไม่เป็นเวลา ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การชอบกินอาหารรสจัดโดยเฉพาะอาหารที่มีรสเผ็ดจัด การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป

อาการโรคกระเพาะอาหารจะปวดท้องบ่อยและถี่ ไม่ว่าจะหิวก็ปวดหรือหลังจากกินอาหารอิ่มแล้วก็ปวดทำให้ผู้ป่วยได้รับความทรมานจากการเป็นโรคกระเพาะอาหารมาก การป้องกันและการรักษาโรคกระเพาะอาหารทำได้โดยการแก้ไขพฤติกรรมการกินอาหารร่วมกับการใช้ยาซึ่งอาจเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพรก็ได้ ในช่วงที่มีอาการปวดท้องบ่อยๆ (Stomachache) ให้ผู้ป่วยกินอาหารน้อยๆแต่ให้เพิ่มจำนวนมื้อให้มากขึ้นคือกินบ่อยๆแต่กินครั้งละน้อยๆ หากปวดท้องอาจดื่มนมเพื่อเคลือบกระเพาะอาจจะเป็นนมถั่วเหลืองหรือนมสดก็ได้

การรักษาอาการของโรคกระเพาะอาหารด้วยสมุนไพร (Herb for Peptic Ulcer) เช่น ขมิ้นชัน กล้วยน้ำว้าดิบ ทำได้โดยเอาเหง้าขมิ้นชันไปตากแดดให้แห้งจากนั้นบดให้เป็นผงละเอียดบรรจุใส่เม็ดแคปซูลเม็ดละ 500 มิลลิกรัมหรืออาจปั้นทำเป็นยาลูกกลอนโดยใช้น้ำผึ้งนิดหน่อยเป็นตัวผสมก็ได้ การกินผงขมิ้นชันชนิดแคปซูลหรือขมิ้นชันที่ทำเป็นยาลูกกลอนให้กินหลังอาหารและก่อนนอน ครั้งละ 2 เม็ด 3-4 ครั้งต่อวัน เหง้าของขมิ้นชันมีฤทธิ์สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แก้อักเสบและบรรเทาอาการปวดท้องเนื่องจากมีลมในกระเพาะและลำไส้ได้

การบรรเทาอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารด้วยกล้วยน้ำว้าดิบ ย้ำว่าต้องใช้ผลกล้วยน้ำว้าดิบเท่านั้นจึงจะได้ผลดีในการรักษาอาการโรคกระเพาะอาหารโดยนำผลกล้วยดิบมาหั่นทั้งเปลือกจากนั้นนำไปตากแดดจนแห้งแล้วบดให้เป็นผงละเอียด เก็บใส่ภาชนะที่แห้งเช่นขวดโหลไว้ชงกับน้ำร้อนจะได้ดื่มอุ่นๆเพื่อบรรเทาอาการโรคกระเพาะอาหาร สรรพคุณจากรสฝาดของสมุนไพรกล้วยน้ำว้าดิบจะช่วยเคลือบแผลในกระเพาะทำให้บรรเทาอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารได้

สมุนไพรแก้โรคกระเพาะอาหาร (Herb for Peptic Ulcer) ไม่ว่าจะเป็นขมิ้นชันหรือกล้วยน้ำว้าดิบเป็นทั้งพืชสวนครัวที่หาได้ง่ายและเป็นทั้งสมุนไพรที่นำมารักษาโรคกระเพาะอาหารได้ ทั้งกล้วยน้ำว้าและขมิ้นชันเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ได้จากธรรมชาติจึงไม่มีสารพิษหรือทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอันตรายแต่อย่างใดแต่สามารถนำมาใช้บรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารได้ นี่คือประโยชน์ของสมุนไพรกล้วยน้ำว้าและขมิ้นชัน