แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรรักษาโรคผิวหนัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรรักษาโรคผิวหนัง แสดงบทความทั้งหมด

28 มิถุนายน 2554

สมุนไพร (Herbs) บรรเทาอาการอักเสบจากพืชมีพิษและแมลงสัตว์กัดต่อย

บางครั้งการเผลอเรอไม่ระมัดระวังตัวเองอาจทำให้ถูกแมลงสัตว์กัดต่อยได้หรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้ไปสัมผัสกับพืชที่มีพิษจนผิวหนังเกิดการอักเสบจากพิษของแมลงและพืชเหล่านั้น การใช้สมุนไพรรักษาอาการจากการได้รับพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยหรือพืชมีพิษนั้นก็มีข้อจำกัดเหมือนกันคือสามารถใช้ได้ดีกับการได้รับพิษในขั้นที่ทำให้เกิดอาการ คัน บวมแดงและอักเสบเฉพาะส่วนที่เป็นผิวหนังภายนอกเท่านั้น
ว่านมหากาฬ สมุนไพรรักษาอาการอักเสบจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยโดยใช่ส่วนที่เป็นใบและราก (สด) สรรพคุณของว่านมหากาฬสามารถใช้พอกดับพิษฝี แก้ปวดแสบปวดร้อนและถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยแก้อักเสบได้ วิธีการทำให้นำใบสดและรากของว่านมหากาฬมาล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียดใช้พอกบริเวณบาดแผลที่มีอาการอักเสบ ปวดบวมจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้

ผักบุ้งทะเล เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ถอนพิษจากถูกแมลงสัตว์กัดต่อยโดยเฉพาะพิษจากแมงกะพรุน (Jellyfish) ส่วนที่นำมาใช้คือใบและเถาสดของผักบุ้งทะเลซึ่งมีสรรพคุณรักษาอาการแพ้ อักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ให้เอาใบและเถาสดมาสัก 1 กำมือล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นนำไปโขลกให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่เกิดการอักเสบหรือแพ้วันละ 2-3 ครั้งจนกว่าจะหาย สารที่พบอยู่ในผักบุ้งทะเลคือน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) กรดอินทรีย์และสารอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ (histamine) ในร่างกาย ที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันดีคือช่วยยับยั้งพิษจากแมงกะพรุนได้ดี

สมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่รักษาการอักเสบจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยคือ พญายอ โดยใช้ส่วนที่เป็นใบขนาดกลางที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่จากพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ให้นำใบพญายอสดมาประมาณ 10-15 ใบ มาล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียดจากนั้นผสมเหล้าโรงแค่พอชุ่มตัวยาแล้วใช้ส่วนที่เป็นน้ำและกากยาทา-พอกบริเวณที่ปวดบวมจากถูกพิษแมลงสัตว์กัดต่อย

ข้อควรระวังของการใช้สมุนไพร (Herbs) บรรเทาอาการพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยคือ การนำสมุนไพรที่เตรียมเสร็จแล้วมาทา-พอกบริเวณที่ปวดบวมนั้นต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ ระวังอย่าให้กากยาติดแผลเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อจนเป็นหนองได้ ดังนั้นก่อนพอกยาลงบนบริเวณที่เกิดการอักเสบหรือปวดบวมควรใช้ผ้าก๊อตวางรองก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้กากยาติดกับเนื้อแผล

20 พฤษภาคม 2554

สมุนไพรรักษาหูด (Herb for Warts) ใบกะเพราแดง

หูด (Warts) เป็นก้อนเนื้อที่งอกขึ้นมาบริเวณผิวหนังแต่ก็สามารถรักษาได้ด้วยสมุนไพร การงอกของหูดจะเกิดในลักษณะต่างๆกันเช่น อาจเป็นหูดนูน หูดราบหรือหูดหงอนไก่ หูดมักเกิดที่บริเวณหัวเข่า ข้อศอก ฝ่ามือ ฝ่าเท้าหรือบริเวณอวัยวะเพศ หูดเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อ Human Papilloma

หูดสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้โดยการแกะ เกาหรือสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่เป็นหูด นอกจากจะทำให้น่าเกลียดและน่ารำคาญแล้วหูดจะไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆและสามารถหายได้เองภายในเวลา 1-2 ปี แต่ก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

การรักษาหูดด้วยสมุนไพร(Herb for Warts) สมุนไพรที่ใช้กัดหูดคือกะเพราะแดง (Holy Basil) ส่วนที่นำมาใช้รักษาหูดคือ ใบสด ใบกะเพราแดงสดจะมีสรรคุณในการกัดหัวหูดให้หลุดออกได้ วิธีการใช้ใบกะเพราแดงสดให้ใช้ใบสดมาขยี้-ทาตรงบริเวณที่เป็นหัวหูดวันละสองครั้ง (เช้า-เย็น) จนกว่าหัวหูดจะหลุดออกไป

สารเคมีที่พบในใบกะเพราแดงคือ Citric Acid, Luteolin, Melic Acid, Apigenin, Fumric Acid, Tartaric Acid, Ursolic Acid.

22 เมษายน 2554

พญาปล้องทอง สมุนไพรรักษาโรคเริม (Herb for Herpes Simplex)

โรคเริม เกิดจากเชื้อไวรัส (Herpes simplex virus) เป็นโรคที่พบเห็นได้บ่อย ส่วนมากจะเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงที่เป็นวัยรุ่น เมื่อรักษาหายแล้วแต่ปล่อยให้ร่างกายอยู่ในภาวะที่อ่อนแอเช่น เครียด ตากแดดร้อนนานๆหรือขณะมีประจำเดือนก็จะทำให้โรคเริมมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อยๆ “เริม” สามารถติดต่อกันได้โดยการสัมผัสหรือการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นเริมที่บริเวณอวัยวะเพศแต่โรคนี้ก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้สมุนไพร “พญาปล้องทอง”

อาการของโรคเริมจะเริ่มด้วยการมีตุ่มน้ำเป็นเม็ดเล็กๆขึ้นเป็นกลุ่มๆ รอบๆบริเวณผิวหนังที่เป็นจะมีสีแดงและมีอาการปวดแสบปวดร้อน ตุ่มน้ำเล็กๆเหล่านี้จะกลายเป็นสีเหลืองขุ่นและจะแตกเป็นแผลตกสะเก็ดจากนั้นแผลจะหายได้เองใน 2-3 อาทิตย์ บริเวณที่เกิดเริมมักเป็นที่บริเวณริมฝีปาก แก้ม อวัยวะเพศ

การใช้สมุนไพรรักษาโรคเริม (Herb for Herpes Simplex) พญาปล้องทองคือสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคเริมได้ พญาปล้องทองมีชื่อเรียกได้อีกหลายชื่อตามแต่ละท้องถิ่นเช่น เสลดพังพอน พญาปล้องดำ พญายอ หญ้าปล้องดำ ผักลิ้นเขียด ผักมันไก่ ฯลฯ ลักษณะของพญาปล้องทองจะเป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยว ใบสีเขียวเป็นรูปหอก ออกดอกเป็นช่อเป็นกระจุกๆที่บริเวณปลายกิ่ง สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการปักชำ

สมุนไพรพญาปล้องทองมีสรรพคุณในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แมลงกัดต่อย ผื่นคันและมีฤทธิ์ในการฆ่าไวรัสเริม ส่วนที่นำมาใช้รักษาโรคเริมคือใบสด ตามตำรายาไทยสมัยโบราณให้นำใบพญาปล้องทองสดมาล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นเอาไปตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นเริมจะช่วยรักษาอาการของโรคให้หายได้

13 กุมภาพันธ์ 2554

สมุนไพรแก้โรคกลากเกลื้อน (Herb for Ringworm) ทองพันชั่ง ชุมเห็ดเทศและข่า

โรคกลากเกลื้อนเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยแต่ก็สามารถรักษาได้ด้วยสมุนไพร กลาก(Ringworm) เกิดจากเชื้อราที่มักเกิดกับคนที่มีสุขอนามัยที่ไม่ดีร่างกายอับชื้นและมีเหงื่อออกมาก โรคกลากจะติดต่อกันได้ง่ายจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นที่เป็นโรคอยู่แล้ว ส่วนโรคเกลื้อน (Chloasma)เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อ Malassezia furfur จะเกิดเป็นวงเล็กๆสีขาว บริเวณที่เป็นจะมีอาการคันเล็กน้อย ทั้งโรคกลากและเกลื้อนเป็นโรคที่ต้องใช้เวลานานในการรักษาและโรคนี้ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

การใช้สมุนไพรชุมเห็ดเทศ (Candle Bush) รักษาโรคกลากเกลื้อน ส่วนที่นำมาใช้รักษาโรคกลากเกลื้อนคือดอกสด ใบสดหรือแห้ง ชุมเห็ดเทศจะมีรสเบื่อเอียน มีสรรพคุณแก้ท้องผูกและรักษากลากเกลื้อนได้ วิธีใช้ให้นำใบชุมเห็ดเทศสด 3 ใบมาตำให้ละเอียด ผสมปูนแดงที่ใช้กินกับหมากและน้ำเล็กน้อย ผสมให้เข้ากันใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนบ่อยๆ อีกวิธีหนึ่งคือใช้ใบชุมเห็ดเทศสดมาตำแล้วแช่เหล้าขาวพอท่วมยาไว้ประมาณ 3-5 วันโดยให้คนยาที่แช่ไว้บ่อยๆ แล้วเอาส่วนที่เป็นน้ำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนวันละ 2-3 ครั้งจนกว่าจะหาย

วิธีใช้สมุนไพรข่า (Galanga) รักษาโรคกลากเกลื้อน เหง้าข่าจะมีรสเผ็ดประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อราและแบคทีเรีย มีสรรพคุณในการขับลมและแก้กลากเกลื้อนได้ ส่วนที่นำมาใช้รักษาโรคกลากเกลื้อนคือส่วนที่เป็นเหง้าแก่ ให้เอาเหง้าข่าแก่มาล้างให้สะอาดแล้วทุบพอแตกหรือจะฝานเป็นแว่นบางๆก็ได้ นำไปแช่ในเหล้าขาวให้พอท่วมยาทิ้งไว้ 1 คืน เอาส่วนที่เป็นน้ำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนจนกว่าจะหายดี

ทองพันชั่ง (Thongpanchang) สมุนไพรแก้โรคกลากเกลื้อนอีกชนิดหนึ่ง โดยเลือกใช้ส่วนที่เป็นใบสดหรือรากซึ่งใช้ได้ทั้งสดและแห้ง ใบทองพันชั่งมีรสเบื่อเมาใช้เป็นยาดับพิษไข้ แก้ผื่นคันและโรคกลากเกลื้อนได้ วิธีใช้ให้เอาใบทองพันชั่งสดหรือรากมาตำจนละเอียดแล้วแช่ทิ้งไว้ในเหล้าโรง(พอท่วมยา) ประมาณ 7 วัน จากนั้นให้เอาส่วนที่เป็นน้ำมาทาบริเวณที่เป็นโรคกลากเกลื้อนวันละ 3-4 ครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นหรือหายแล้วให้ทาต่อไปอีก 7 วัน

การป้องกันโรคกลากเกลื้อน โรคกลากเกลื้อนส่วนมากจะเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดีจากการที่ร่างกายเกิดความอับชื้น เหงื่อออกมากติดต่อกันเป็นเวลานาน ดังนั้นการป้องกันโรคกลากเกลื้อนทำได้โดยหมั่นรักษาความสะอาดของร่างกายโดยอาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด หลังอาบน้ำเช็ดตัวให้แห้งอย่าปล่อยให้เกิดการอับชื้น อีกอย่างหนึ่งคืออย่าปล่อยให้ร่างกายเครียด อ่อนแอเพราะจะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลงทำให้เกิดการลุกลามของเชื้อราบริเวณผิวหนังที่เป็นสาเหตุของโรคกลากเกลื้อนได้ โดยทั่วไปการรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อราต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกจึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการรักษาโรคกลากเกลื้อน.

21 พฤศจิกายน 2553

สมุนไพรรักษาชันนะตุ (Herb for Scald Head) มะคำดีควาย (Soapberry)

โรคชันนะตุ (Scald Head) เป็นภาวะที่ร่างกายมีสะเก็ดเป็นตุ่มหนองเล็กๆจำนวนมาก เป็นตุ่มพุพองมีน้ำเหลืองเยิ้มและคันมาก ตุ่มและสะเก็ดเหล่านี้จะเกิดทั่วไปทั้งบริเวณศีรษะ ลำตัว แขน ขา ส่วนมากจะเกิดกับเด็กเพราะความซุกซนวิ่งเล่นทั้งวันจนเหงื่อออกมากและไม่ค่อยดูแลรักษาเรื่องความสะอาดของร่างกายเท่าที่ควร หากเป็นชันนะตุที่ศีรษะจะทำให้ผมร่วงซึ่งอาจจะร่วงเป็นหย่อมๆหรือร่วงกระจายไปทั่วศีรษะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคว่าเกิดจากสาเหตุใด

สาเหตุของโรคชันนะตุ มี 2 สาเหตุใหญ่คือ เกิดจากเชื้อราหรือเกิดจากภูมิแพ้ มีวิธีสังเกตง่ายๆว่าเป็นชันนะตุที่เกิดจากเชื้อราหรือภูมิแพ้โดยดูจากลักษณะการร่วงของเส้นผม หากเป็นชันนะตุที่มีสาเหตุจากเชื้อราผมจะร่วงเป็นหย่อมๆและร่วงเฉพาะตรงที่มีสะเก็ดเท่านั้น การร่วงของผมจะไม่กระจายไปทั่วศีรษะแต่ถ้าเป็นชันนะตุที่เกิดจากภูมิแพ้ผมจะร่วงกระจายทั่วทั้งศีรษะแต่จะร่วงไม่มากนัก

การป้องกันโรคชันนะตุที่เกิดจากเชื้อรา ต้องเน้นเรื่องความสะอาดของร่างกายโดยเฉพาะสุขอนามัยของหนังศีรษะและเส้นผม (Hair and Scalp Hygiene) หากเป็นไปได้ควรตัดผมสั้นและสระผมทุกวัน การตัดผมสั้นจะทำให้การดูแลรักษาความสะอาดทำได้ง่าย เมื่อสระผมเสร็จแล้วผมจะแห้งเร็วกว่าคนที่ไว้ผมยาวหนังศีรษะและเส้นผมจึงไม่เปียกชื้น การสระผมควรเลือกใช้แชมพูที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะแล้วแต่ว่าผู้ป่วยชันนะตุจะเป็นคนที่มีลักษณะเส้นผมอย่างไร(ผมแห้งหรือผมมัน) หลังจากสระผมแล้วต้องรีบเช็ดผมให้แห้งโดยเร็วอย่าปล่อยให้ผมและหนังศีรษะเปียกชื้นเป็นเวลานานๆ

การใช้สมุนไพรรักษาโรคชันนะตุ (Herb for Scald Head) สมุนไพรที่ใช้รักษาชันนะตุได้คือ มะคำดีควาย (Soapberry) โดยใช้ส่วนที่เป็นผลแก่ไปตากแดดจนแห้ง ผลมะคำดีควายจะมีรสขมและมีสรรพคุณช่วยดับพิษร้อน แก้พิษไข้ได้ หากเอาผลมะคำดีควายมาต้มจะเป็นฟองเอามาใช้สระผมแก้ชันนะตุและรังแคได้ดี การใช้ผลมะคำดีควายรักษาชันนะตุที่เกิดบริเวณศีรษะเด็ก ให้เอาผลมะคำดีควาย 4-5 ผล บุบพอแตกนำไปต้มในน้ำประมาณ 1 ถ้วยจนเดือด ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเอาน้ำที่ต้มได้ไปทาบริเวณหนังศีรษะที่เป็นชันนะตุวันละ 3 ครั้ง (เช้า เที่ยง เย็น) จนกว่าจะหายและต้องระวังอย่าให้น้ำจากผลมะคำดีควายเข้าตาเพราะจะทำให้แสบตาได้

คนที่เป็นชันนะตุ (Scald Head) ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษและไม่ควรใช้สิ่งของเครื่องใช้ปะปนกับผู้อื่นเช่น หวี ปลอกหมอน ผ้าเช็ดผม อุปกรณ์ในการตัดผม ฯลฯ การทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคติดต่อไปยังผู้อื่นให้ใช้วิธีนึ่งต้ม(กรรไกร,มีดโกน) จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด การทำความสะอาดโดยใช้แอลกอฮอล์เช็ดจะไม่สามารถฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคชันนะตุได้

10 ตุลาคม 2553

สมุนไพรแก้อาการแพ้และผื่นคันที่เกิดจากลมพิษ(Herb for Urticaria, Hives)

ลมพิษ(Urticaria) จะมีลักษณะเป็นผื่นแดงบริเวณผิวหนังที่เป็น ลมพิษคืออาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากการได้รับสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอก สิ่งกระตุ้นที่อยู่รอบๆตัวเราอาจเป็นไปได้ตั้งแต่ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ยางจากต้นไม้ สารเคมีต่างๆทีมีอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเช่น สบู่ ผงซักฟอก เครื่องสำอางหรือแม้แต่ในอาหารที่กินเข้าไปก็อาจมีสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นอาหารทะเล แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ได้จากการถูกกดทับหรือถูกรัดจากขอบเสื้อขอบกางเกงในที่เป็นยางยืด ฯลฯ

การที่ร่างกายของแต่ละคนมีความไวต่อการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกไม่เท่ากันจึงเป็นสาเหตุให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากสิ่งกระตุ้นภายนอกที่รุนแรงแตกต่างกัน ลมพิษหรือผื่นคันที่เกิดจากการแพ้(Hives) จะเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย บางคนอาจตอบสนองต่ออาการแพ้อย่างรุนแรงมากจนอาจทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้เช่นการแพ้สารเคมีหรือยาอย่างรุนแรงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เกิดอาการแพ้นั้นจะรู้ตัวว่าแพ้อะไรและหลีกเลี่ยงจากสารกระตุ้นที่ทำให้เกิดการแพ้ได้หรือไม่ แต่ส่วนมากอาการแพ้จะแสดงออกมาแค่เป็นผื่นคันบริเวณผิวหนังที่เรียกว่า “ลมพิษ” นั่นเอง

อาการแพ้บางอย่างก็รักษาได้ด้วยสมุนไพร ลักษณะอาการแพ้ที่พบได้บ่อยจะมี 2 ลักษณะคือ แบบตุ่มผดผื่นแดงและแบบผื่นลมพิษ(Hives) วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้โดยพยายามสังเกตว่าสิ่งกระตุ้นอะไรที่ทำให้เกิดอาการแพ้ก็ให้หลีกเลี่ยงอย่าเข้าไปใกล้หรือสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นเหล่านั้น แต่สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้งหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และเกิดอาการแพ้ขึ้นมาแล้วก็ต้องหาทางบำบัดรักษาอาการผื่นคันจากลมพิษนั้น

สมุนไพร(Herbs) หลายชนิดที่สามารถบำบัดรักษาหรือบรรเทาอาการผื่นคันจากอาการแพ้ได้เช่น พลู ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น ใบพลู(Betel Vine) จะมีน้ำมันหอมระเหยและสารที่มีฤทธิ์ทำให้ปลายประสาทชาช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดการอักเสบได้ วิธีใช้ใบพลูแก้อาการผื่นคันจากการแพ้ให้ใช้ใบพลูสดที่สมบูรณ์เต็มที่ 1-2 ใบมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าโรงใช้ทาบริเวณที่เกิดอาการแพ้ ข้อควรระวังคืออย่าใช้กับแผลเปิดเพราะจะทำให้แสบแผลมาก

ฟ้าทะลายโจร(Kariyat,Creat) เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่แก้อาการผื่นคันจากลมพิษได้โดยใช้ส่วนที่เป็นใบและลำต้นมีวิธีการใช้ดังนี้คือ ใช้ใบสดตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่เกิดอาการแพ้หรือใช้ส่วนของลำต้นฟ้าทะลายโจร(ส่วนที่อยู่เหนือดิน)มาบดผสมกับน้ำมันพืชทาตรงบริเวณที่เกิดอาการแพ้ อีกวิธีหนึ่งคือใช้ลำต้นฟ้าทะลายโจรมาต้มกับน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะพร้าวจนยาเปื่อยแล้วกรองเอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมาทาบริเวณที่เกิดลมพิษ การใช้สมุนไพรแก้อาการผื่นคันที่เกิดจากการแพ้นั้น(Herb for Urticaria, Hives)ใช้ในกรณีที่อาการแพ้นั้นไม่รุนแรงมาก สำหรับอาการแพ้ที่รุนแรงควรนำผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็ว.

24 กันยายน 2553

สมุนไพร(Herb) แก้อาการอักเสบจากพิษแมลงสัตว์กัดต่อยหรือถูกพืชมีพิษ

การอักเสบจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อยหรือการสัมผัสถูกพืชมีพิษจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ถูกพิษนั้นมีอาการคัน บวมแดงและเกิดการอักเสบจนกลายเป็นแผลได้ พิษของสัตว์หรือพืชบางชนิดเมื่อทำปฏิกิริยากับผิวหนังของคนแล้วอาจทำให้เกิดอาการเริ่มจากอาการเบาๆคือ คัน บวมแดง จนถึงอาการแพ้อย่างรุนแรงจนทำให้เสียชีวิตได้

การใช้สมุนไพร(Herb) รักษาพิษจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อยหรือสัมผัสพืชมีพิษนั้นจะใช้ได้ดีกับการได้รับพิษที่แสดงอาการไม่รุนแรงมากคือไม่มีการบวมของหลอดลมหรืออาการอื่นที่รุนแรงมาก อาการแพ้พิษแมงสัตว์กัดต่อยที่สามารถใช้สมุนไพรรักษาได้คืออาการแพ้ทางผิวหนังที่เกิดอาการ แดง คัน บวมและอักเสบบริเวณผิวหนังภายนอกเท่านั้น สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการรักษาบรรเทาอาการจากพืชมีพิษและแมลงสัตว์กัดต่อยมีหลายชนิดเช่น ว่านมหากาฬ ผักบุ้งทะเล ตำลึง พญายอและเสลดพังพอน เป็นต้น

ตำลึง(Ivy Gourd) เป็นพืชที่มีลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อยที่นำมาใช้เป็นสมุนไพรแก้การอักเสบของพิษแมลงสัตว์กัดต่อยและบรรเทาอาการอักเสบของแผลได้ ส่วนที่นำมาใช้คือ ใบตำลึงและรากสดโดยใช้ใบตำลึงสดประมาณ 10-20 ใบ เอามาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำสะอาดแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่เกิดอาการแพ้จนกว่าจะหาย สำหรับแผลที่เกิดการอักเสบให้ใช้ใบตำลึงหรือรากสดตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณแผลที่อักเสบนั้น

เสลดพังพอน(Philippine Violet) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบมีรสขมเป็นสมุนไพร(Herb) ที่มีสรรพคุณในการถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้ดี ส่วนที่นำมาใช้คือ ใบเสลดพังพอนสดขนาดกลางที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป โดยเอาใบเสลดพังพอนสด 1 กำมือตำให้ละเอียดแล้วคั้นบีบเอาน้ำมาทาบริเวณแผลที่เกิดอาการแพ้ หากจะใช้ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยให้เอาใบเสลดพังพอนสดที่ตำละเอียดแล้วผสมกับเหล้าขาวทาหรือพอกบริเวณแผล อีกวิธีหนึ่งที่ใช้สมุนไพรเสลดพังพอนถอนพิษตะขาบคือใช้รากเสลดพังพอนล้างน้ำให้สะอาดแล้วฝนกับเหล้าขาวใช้ทาบริเวณแผลเพื่อถอนพิษตะขาบได้

03 มิถุนายน 2552

สังคัง (Tinea Cruris) วิธีรักษาโรคสังคังด้วยสมุนไพร

โรคสังคัง (Tinea Cruris) หรือกลากที่ขาหนีบเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา มักเกิดในผู้ที่ร่างกายมีเหงื่อออกมากและขาดการรักษาความสะอาดที่ดีพอ จึงทำให้เกิดความอับชื้นที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อรา อาการสังคังที่เกิดบริเวณผิวหนังมักจะเกิดบริเวณขาหนีบใกล้ๆ กับอวัยวะเพศจะเป็นผื่นแดงเป็นวงๆ มีขอบนูนและจะขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนของร่างกายที่เกิดอาการของโรคสังคังมักเกิดบริเวณใกล้กับอวัยวะเพศ (ขาหนีบ) ทำให้เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าสังคังคือกามโรคชนิดหนึ่ง

วิธีรักษาสังคัง (Tinea Cruris Treatment) การใช้ยารักษาสังคังแต่เพียงอย่างเดียวอาจได้ผลไม่ดีนักเนื่องจากสาเหตุของโรคสังคังเกิดจากการรักษาความสะอาดของร่างกายไม่ดีพอ ดังนั้นวิธีรักษาสังคังให้ได้ผลดีจึงต้องใช้ยารักษาสังคังซึ่งอาจจะเป็นยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพรแก้สังคังควบคู่ไปกับการรักษาสุขอนามัยความสะอาดของร่างกายด้วย

ยารักษาสังคังที่เป็นสมุนไพร (Herb for Tinea Cruris) มีหลายชนิดเช่น ทองพันชั่ง ข่า ชุมเห็ดเทศ หากใช้ทองพันชั่งเป็นยารักษาสังคังให้นำรากหรือใบสด (แห้งก็ได้) มาตำให้ละเอียดแล้วใส่เหล้าโรงแช่ไว้ให้พอท่วมยาทิ้งไว้ประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้วเอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมาทาบริเวณที่มีอาการสังคังวันละ 3-4 ครั้งจนกว่าจะหายดี

วิธีรักษาสังคังให้หายขาด เนื่องจากโรคสังคังมีสาเหตุจากเชื้อรา ดังนั้นเมื่อใช้ยารักษาสังคังจนอาการดีขึ้นแล้วอย่าเพิ่งหยุดการใช้ยาให้ใช้ยาต่อเนื่องไปอีกสักอาทิตย์หนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าสังคังจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง ขอเตือนอีกครั้งว่าการใช้ยารักษาสังคังเป็นวิธีรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น ต้นเหตุของสังคังที่แท้จริงคือเรื่องความสะอาด หากใช้ยารักษาสังคังจนหายแล้วแต่ยังละเลยหรือมีพฤติกรรมเรื่องความสะอาดที่ไม่ดีพออีกไม่นานโรคสังคัง (Tinea Cruris) ก็จะกลับมาเยี่ยมเยียนคุณอีก

18 มีนาคม 2552

กระเทียม(Garlic herbs) เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคกลากเกลื้อน

กลากและเกลื้อน เป็นเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในประเทศไทยเนื่องจากอยู่ในเขตร้อนตามร่างกายจะมีเหงื่อออกมากในแต่ละวัน โรคกลากเกลื้อนเกิดจากเชื้อราอาจมีอาการคันบ้างเล็กน้อย ทำให้ผิวหนังเป็นวงๆ กลากจะเกิดขึ้นบ่อยกับผู้ที่มีเหงื่อออกมาก ไม่ระวังเรื่องความสะอาดของผิวหนังปล่อยให้ผิวหนังอับชื้นและมีสุขอนามัยไม่ดี เชื้อราที่เป็นสาเหตุของกลากมีหลายชนิดที่ทำให้เกิดโรคตามจุดต่างๆ ของร่างกาย เชื้อราถ้าเกิดที่เล็บมือ-เท้าจะเรียกว่า “ฮ่องกงฟุต” ถ้าเกิดบริเวณขาหนีบจะเรียกว่า “สังคัง” กลากเป็นโรคผิวหนังที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายจากการสัมผัสหรือใช้ข้าวของเครื่องใช้ร่วมกับผู้ที่เป็นโรคกลากอยู่แล้ว

โรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อราเช่น “กลาก” ต้องใช้เวลาในการรักษานานอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคืออย่าปล่อยให้บริเวณที่เป็นกลากมีความอับชื้นจะทำให้รักษาให้หายขาดได้ยากมาก การรักษาที่ได้ผลดีต้องใช้ยาสมุนไพรทาบริเวณที่เป็นกลากควบคู่ไปกับการกินยาด้วยจึงจะได้ผลดี

พืชสมุนไพรที่ใช้รักษากลากมีหลายชนิด กระเทียมก็เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่หาได้ง่ายและใช้รักษาโรคกลากเกลื้อนได้ มีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อน ส่วนของกระเทียมที่นำมาทำเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคกลากเกลื้อนคือ ส่วนที่เป็นหัวที่อยู่ใต้ดิน โดยนำกลีบกระเทียมมาฝานเป็นชิ้นบางๆหรือจะใช้วิธีตำแค่พอแหลก แล้วเอามาทาบริเวณผิวหนังที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวันๆละ 2 ครั้ง เมื่อโรคกลากเกลื้อนมีอาการดีขึ้นแล้วให้ทาต่อเนื่องไปอีก 7-10 วัน

การใช้กระเทียมเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคกลากเกลื้อนให้ได้ผลเต็มที่ ก่อนจะทากระเทียมให้ทำความสะอาดร่างกายให้ดีก่อนและเน้นพิเศษที่บริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนให้ใช้ใบมีดขูดบริเวณผิวหนังที่เป็นกลากเกลื้อนออกบางๆแล้วจึงทาด้วยยาสมุนไพรกระเทียม

ไม่เฉพาะแต่โรคกลากเกลื้อนเท่านั้น โรคผิวหนังอื่นๆที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา ต้องใช้ความอดทนในการรักษา การใช้ยาสมุนไพร(กระเทียม)ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนต้องทาให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ ระยะเวลาในการรักษาค่อนข้างยาวนานและต้องต่อเนื่องกันไป ถึงแม้อาการกลากเกลื้อนจะหายไปแล้วก็ต้องไม่ประมาท ควรใช้ยาสมุนไพรทาอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง การรักษาโรคกลากเกลื้อนโดยใช้ยาสมุนไพรต้องดูแลรักษาแบบให้ความสนใจมากเป็นพิเศษเพราะโรคที่เกิดจากเชื้อรามีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายๆ อย่าประมาท.